1.กฎหมาย คืออะไร?
กฎหมาย คือข้อบังคับ
กติกาของรัฐหรือของชาติ กำหนดขึ้นมาเพื่อใช้บังคับ ควบคุม
ความประพฤติของบุคคลในสังคม ให้ปฏิบัติตาม หากมีการฝ่าฝืน
ไม่ปฏิบัติตามจะมีความผิดและได้รับโทษตามที่กำหนดไว้
2. ลักษณะสำคัญของกฎหมาย
มีอะไรบ้าง?
1.กฏหมายมีลักษณะเป็นข้อบังคับ
ซึ่งแบ่งได้เป็น 2 ลักษณะ คือ
บังคับไม่ให้กระทำ เช่น
ห้ามลักทรัพย์ ห้ามทำร้ายร่างกาย ห้ามเสพสิ่งเสพย์ติด
บังคับให้กระทำ เช่น
ประชาชนชาวไทยเมื่อมีอายุ 15 ปี
ต้องมีบัตรประจำตัวประชาขน
ผู้มีรายได้ต้องเสียภาษีอากร
เป็นต้น
2. กฏหมายมีลักษณะเป็นคำสั่งหรือข้อบังคับที่เกิดมีขึ้นโดยผู้มีอำนาจสูงสุดในรัฐ
เช่น
ในระบอบสมบูรณาญาสิทธิราช
พระมหากษัตริย์ทรงเป็นผู้ออกกฏหมาย ส่วนประเทศที่มีการปกครองระบอบประชาธิปไตย
มีรัฐสภาเป็นผู้ออกกฏหมาย และพระราชบัญญัติ มีรัฐบาลเป็นผู้ออกพระราชกำหนด
พระราชกฤษฏีกาและกฎกระทรวง
3.กฎหมายมีความสำคัญหรือมีประโยชน์อย่างไร?
1. กฎหมายสร้างความเป็นระเบียบและความสงบเรียบร้อยให้กับสังคมและประเทศชาติ
เมื่ออยู่รวมกันเป็นสังคมทุกคนจำเป็นต้องมีบรรทัดฐาน
ซึ่งเป็นแนวทางปฏิบัติยึดถือเพื่อความสงบเรียบร้อย ความเป็นปึกแผ่นของกลุ่ม
2. กฎหมายเกี่ยวข้องกับการดำเนินชีวิตของมนุษย์
พลเมืองไทยทุกคนต้องปฏิบัติตนตามข้อบังคับของกฎหมาย
ถ้าใครฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามต้องได้รับโทษ กฎหมายจะเกี่ยวข้องกับ
การดำรงชีวิตของเราตั้งแต่เกิดจนกระทั่งตาย
3. กฎหมายก่อให้เกิดความเป็นธรรมในสังคม
คนเราทุกคนย่อมต้องการความ ยุติธรรมด้วยกันทั้งสิ้น
การที่จะตัดสินว่าการกระทำใดถูกต้องหรือไม่นั้น ย่อมต้องมีหลักเกณฑ์ ฉะนั้น
กฎหมายจึงเป็นกฎเกณฑ์สำคัญที่เป็นหลักของความยุติธรรม
4. กฎหมายเป็นหลักในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน
การกำหนดนโยบายพัฒนาประเทศให้เจริญก้าวหน้าไปในทางใด
หรือคุณภาพของพลเมืองเป็นอย่างไร จำเป็นต้องมีกฎหมายออกมาใช้บังคับ
เพื่อให้ได้ผลตามเป้าหมายของการพัฒนาที่กำหนดไว้
ดังจะเห็นได้จากการที่กฎหมายได้กำหนดให้บุคคลมีสิทธิได้รับการศึกษาขั้นพื้นฐานไม่น้อยกว่า
12 ปี โดยรัฐเป็นผู้จัดการศึกษาให้แก่ประชาชนอย่างทั่วถึงและมีคุณภาพโดยไม่เก็บค่าใช้จ่ายนั้น
ย่อมส่งผลให้ คุณภาพด้านการศึกษาของประชาชนสูงขึ้น
หรือการที่กฎหมายกำหนดให้ประชาชนทุกคนมีหน้าที่ พิทักษ์ปกป้อง
และสืบสานศิลปวัฒนธรรมของชาติ ภูมิปัญญาท้องถิ่น รวมถึงการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
ย่อมทำให้สังคมและสภาพความเป็นอยู่ของประชาชนมีมาตรฐานดีขึ้น
4. การแบ่งประเภทของกฎหมาย
มีการแบ่งตามหลักเกณฑ์ใดบ้าง?
1
กฎหมายตามเนื้อความ หมายถึง ข้อบังคับของรัฐซึ่งกำหนดความประพฤติของมนุษย์
ถ้าฝ่าฝืนจะถูกลงโทษ
ตามความหนักเบาของการกระทำ
2. กฎหมายตามแบบพิธี
หมายถึง กฎหมายที่ตราขึ้นมาโดดยวิธีบัญญัติกฎหมายของรัฐ จะไม่มี
การกำหนดความประพฤติของมนุษย์หรือประชาชนทั่วไปโดยตรง
แต่ถือเป็นกฎหมายอย่างหนึ่งที่
วางหลักเกณฑ์ในการบริหารงานของรัฐ
5. ให้นักเรียนเขียน
ศักดิ์ หรือลำดับชั้นของกฎหมาย เรียงจากสูงไปหาต่ำ?
ลำดับศักดิ์ของกฎหมายในระบบกฎหมายไทย
แบ่งอย่างละเอียดเป็น 7 ชั้น
ได้แก่
รัฐธรรมนูญ
พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ
พระราชบัญญัติ
พระราชกำหนด
พระราชกฤษฎีกา
กฎกระทรวง
ข้อบัญญัติท้องถิ่น
ได้แก่ ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร และข้อบัญญัติเมืองพัทยา
6. ที่มาของกฎหมายในระบบ
Civil Law มีอะไรบ้าง?
ซีวิลลอว์ คือ
กฎหมายในระบบ "ประมวลกฎหมาย" ผู้เขียนไม่อยากให้เรียกว่า
กฎหมายลายลักษณ์อักษร
เพราะไม่ว่าจะเป็นกฎหมายในระบบใดก็ระบุไว้เป็นลายลักษณ์อักษรทั้งสิ้น
จึงควรใช้คำให้ถูกต้องว่า "ระบบประมวลกฎหมาย"
ประเทศที่ใช้กฎหมายในระบบประมวลกฎหมายมีหลายประเทศ
ยกตัวอย่างเช่น ประเทศเยอรมัน ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ ประเทศญี่ปุ่น ประเทศจีน
ประเทศฝรั่งเศษ อิตาลี
7. ที่มาของกฎหมายในระบบ
Common Law มีอะไรบ้าง?
คอมมอนลอว์ คือ
กฎหมายในระบบ "จารีตประเพณี" ที่มีบัญญัติไว้เป็นลายลักษณ์อักษรเช่นกัน
มิใช่ใช้กันตามความรู้สึกแต่อย่างใด
แต่เป็นการนำเอาคำพิพากษาในคดีที่ศาลตัดสินแล้วมาเป็นกฎหมาย
ประเทศที่ใช้กฎหมายในระบบนี้ เช่น ประเทศอังกฤษ และประเทศอเมริกา เป็นต้น
8. ระบบกฎหมายในปัจจุบันมีกี่ระบบ
ระบบใดบ้าง?
1.ระบบกฏหมายจารีตประเพณี
(Common Law System)
2.ระบบประมวลกฏหมาย
(Civil Law)
3.ระบบกฏหมายศาล
(Religious Law System)
4.ระบบกฏหมายผสมผสาน
(Plulalistic System)
9. ประเทศไทย
เป็นประเทศที่ใช้ระบบกฎหมายใด?
การปกครองระบอบประชาธิปไตย
การปกครองระบอบประชาธิปไตย
หมายถึง การปกครองที่ประชาชนมีส่วนร่วมกำหนดนโยบายเพื่อผลประโยชน์ของประชาชนในรัฐ
10. องค์ประกอบสำคัญของ
"รัฐ" มีอะไรบ้าง?
1. ประชากร
รัฐทุกรัฐจะต้องมีประชากรจำนวนหนึ่งซึ่งเป็นกลุ่มคนที่มีจุดมุ่งหมายและมีประโยชน์ร่วมกัน
จำนวนประชากรของแต่ละรัฐอาจมีมากน้อยแตกต่างกันไป ที่สำคัญคือ
จะต้องมีประชากรดำรงชีพอยู่ภายในขอบเขตของรัฐนั้น
2. ดินแดน รัฐต้องมีดินแดนอันแน่นอนของรัฐนั้น กล่าวคือ
มีเส้นเขตแดนเป็นที่ยอมรับของนานาประเทศทั้งโดยข้อเท็จจริงและโดยสนธิสัญญา
ทั้งนี้รวมถึงพื้นดิน พื้นน้ำและพื้นอากาศ
3. อำนาจอธิปไตย อำนาจอธิปไตย คือ อำนาจรัฐ หมายถึง
อำนาจสูงสุดในการปกครองประเทศ
ทำให้รัฐสามารถดำเนินการทั้งในส่วนที่เกี่ยวกับการปกครองภายในและภายนอก
4. รัฐบาล รัฐบาลคือ องค์กรหรือหน่วยงานที่ดำเนินงานของรัฐในการปกครองประเทศ
รัฐบาลเป็นผู้ทำหน้าที่สาธารณะสนองเจตนารมย์ของสาธารณชนในรัฐ
เพื่อรักษาผลประโยชน์ของประชาชนและป้องกันการรุกรานจากรัฐอื่น
รัฐบาลเป็นองค์กรทางการเมืองที่ขาดไม่ได้ของรัฐ
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น